1  CLEANSING

การทำความสะอาดผิวหน้าให้สะอาด ถือเป็นส่วนสำคัญในการ ดูแลผิวหน้า เพราะว่าตลอดทั้งวันเราเจอกับฝุ่น หรือสิ่งสกปรกที่เล็กมากจนแทบมองไม่เห็นเกาะติดอยู่ทั่วบริเวณใบหน้าซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของความหมองคล้ำ และ สิว การทำความสะอาดผิวหน้าให้สะอาดหมดจดนั้นเรามีเคล็ดลับยังไงมาดูกันเลย

 

เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม

โดยส่วนมากผู้ชายอย่างเรา ๆ จะชินกับโฟมล้างหน้าทั้งหลายที่เขียนว่า For Men ซึ่งจริง ๆ แล้วคำว่า For Men ไม่ได้มีผลเพื่อผู้ชายเท่าไหร่ อาจจะแค่เรื่องกลิ่น แพคเกจ หรือ ส่วนผสมบางอย่างที่ให้ดูเหมาะสมกับผู้ชายเท่านั้น แต่ผลิตภัณฑ์บางสูตรนั้นไม่เหมาะกับสภาพผิวของผู้ใช้ซึ่งจะทำให้มีปัญหาหลายๆ อย่างตามมา

 

สำหรับใครที่มีผิวมัน หลาย ๆ ครั้งโฟมที่เราเลือกใช้หลังล้างหน้าเสร็จมักจะขจัดความมันบนผิวหน้าออกไปหมด จนรู้สึกว่าหน้าแห้ง ตึง ซึ่งเราเข้าใจว่ามันสะอาดสดชื่น เพราะความมันที่มีหายไปหมดเกลี้ยง แต่มันเป็นความเชื่อที่ผิด ๆ เพราะการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ผิวหน้าแห้งตึงหลังจากการใช้ จะยิ่งทำให้หน้ามันขึ้นเพราะผิวหน้าที่ถูกกำจัดน้ำมันและความชุ่มชื้นไป จะยิ่งสร้างน้ำมันออกมามากขึ้นเพื่อมาทดแทนที่สูญเสียไป ทำให้ผิวหน้ามันขึ้น และเป็นสาเหตุของสิวอุดตัน และสิวอักเสบ ดังนั้นการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมอาจจะเริ่มจากการสำรวจตัวเองเล็กน้อยว่าเป็นคนผิวหน้าแบบไหน แล้วก็เลือกสูตรที่เหมาะสมซึ่งผลิตภัณฑ์ส่วนมากจะบอกเสมออยู่แล้วว่าสำหรับผิวเช่นไร

 

สำหรับโฟมล้างหน้าที่มีสครับ หรือ เม็ดบีทเล็ก ๆ ไว้ขัดเซลล์ผิวนั้น แน่นอนว่ามันสามารถช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วบนหน้าหรือสิ่งสกปรกต่าง ๆ ให้ออกจากรูขุมขนทำให้ผิวหน้าสะอาดสดใสและไม่หมองคล้ำ แต่ก็ต้องใช้อย่างระมัดระวังเพราะการล้างหน้าอย่างรุนแรงและบ่อยเกินไปจะทำให้ผิวหน้าได้รับบาดเจ็บจากการถูสครับอย่างรุนแรงได้  ทำให้หน้าแห้ง ลอกได้ ดังนั้นเวลาใช้ต้องใช้อย่างเบามือ และเลือกใช้แค่สัปดาห์ล่ะ 2 ครั้งก่อนนอนก็พอ

 

สำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวแพ้ง่าย หรือมีสิวอักเสบอยู่แล้วการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไว้รักษาสิวก็เป็นเรื่องจำเป็นแม้ความรู้สึกหลังใช้หลาย ๆ คนอาจจะไม่ชอบเพราะมันรู้สึกลื่นๆ ไม่สะอาด บางอันก็ไม่มีฟองเหมือนล้างไม่หมดแต่มั่นใจเถอะมันไม่ใช่เรื่องเลวร้ายแถมเป็นผลดีต่อตัวเองซะอีก

2  MOISETURE

การดูแลผิวหน้านอกจากการทำความสะอาดให้ดีแล้ว การใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อบำรุงผิวหน้าก็เป็นมีความสำคัญเช่นกัน โดยเฉพาะการเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวซึ่งเป็นขั้นตอนง่าย ๆ ไม่ซับซ้อนและยุ่งยาก ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่าผู้ชายผิวแห้งมีโอกาสเกิดริ้วรอยและแก่ไวมากกว่าผู้ชายผิวมัน แต่ผู้ชายผิวมันก็มีโอกาสเป็นสิวอุดตันมากกว่าผู้ชายผิวแห้ง ดังนั้นการปรับสมดุลผิวให้มีความชุ่มชื้นอย่างสม่ำเสมอก็จะช่วยลดปัญหาต่าง ๆ ของผิวลงได้ ทั้งผิวแห้ง ลอก แพ้ง่าย หรือแม้แต่ผิวที่ผลิตน้ำมันมากเกินไปจนกลายเป็นคนผิวมัน และซ้ำยิ่งชะลอความแก่และริ้วรอยได้อีกด้วย

ผลิตภัณฑ์เพิ่มความชุ่มชื้น

มอยเจอร์ไรเซอร์เป็นส่วนสำคัญในการเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว ซึ่งผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ก็จะมีการแบ่งประเภทผิวของผู้ใช้อยู่แล้วซึ่งทุกคนก็ควรสังเกตด้วย อาจจะดูจากแพคเกจว่ามีข้อบ่งใช้อะไรบาง เช่น สูตรสำหรับผิวมัน ( Oily Skin ) ก็อาจจะมีสารควบคุมความมัน ( Oil Control ) หรือ ผู้ที่มีผิวแห้งก็อาจจะเลือกใช้ครีมที่ให้ความชุ่มชื่้นมากเป็นพิเศษ และโดยเฉพาะผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายการเลือกใช้มอยเจอร์ไรเซอร์ที่สกัดจากธรรมชาติก็เป็นอีกทางหนึ่งในการเลือกใช้ครีมบำรุง

สภาพอากาศก็เช่นกัน โดยเฉพาะเมืองไทยที่มีอากาศร้อน ครีมบำรุงหรือมอยเจอร์ไรเซอร์ที่เป็นเหมือนเนื้อครีมหนักก็อาจจะทำให้ลำบากต่อการใช้งานในสภาพอากาศร้อนแรงของประเทศเรา อาจจะเลือกเนื้อครีมที่บางเบาไม่เหนอะหนะจะดีกว่า

ดูแลผิวหน้า

การเลือกใช้ให้เหมาะกับอายุก็เช่นกันเพราะส่วนผสมบางอย่างในครีมบำรุงผิวนั้นก็ให้ผลแตกต่างกันออกไปอย่างเช่น คนที่ต้องการลดเลือนริ้วรอยหรือชะลอความแก่ให้กับผิวหน้าก็มีจะสูตร Anti Aging ก็จะเหมาะกับผู้ใหญ่หน่อย ซึ่งถ้าอายุยังน้อยหรือผิวหน้าค่อนข้างมันสูตร Anti Aging จะค่อนข้างมีสารที่ให้ความชุ่มชื้นอยู่สูงอาจจะส่งผลให้หน้ามันและกลายเป็นสิว

 

ดื่มน้ำสะอาดอย่างสม่ำเสมอ

นอกเหนือจากครีมบำรุงและมอยเจอร์ไรเซอร์ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวแล้ว การดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอแก่ร่างกายในแต่ละวันก็เป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน เราอาจะเคยได้ยินว่าควรดื่มน้ำวันล่ะ 8-10 แก้ว แต่เรื่องจริง ๆ แล้วปริมาณน้ำที่ควรดื่มในแต่ล่ะวันก็แตกต่างกันออกไปในแต่ล่ะบุคคล ซึ่งมีวิธีการคำณวนไม่ยุ่งยากนักโดยใช้ (น้ำหนักตัว (กิโลกรัม) x 2.2 x 30) หารด้วย 2 สมมุติ น้ำหนักตัว 60 ก.ก.  ( 60 x 2.2 x 30) / 2 = 1980 หน่วยเป็นมิลลิกรัม หรือประมาณ 10 แก้วต่อวัน (แก้วล่ะ 200 มิลลิกรัม)  ซึ่งถ้าเราไม่คำณวนให้ดีในการดื่มแล้วมีการดื่มน้ำมากเกินไปแทนที่จะเกิดผลดี จะเป็นผลเสียแก่ร่างกายเสียมากกว่า

ถ้าหากเราดื่มน้ำน้อยกว่าค่าเฉลี่ยที่ตั้งไว้ เลือดซึ่งทำจากน้ำ 90% จะไหลเวียนไม่สะดวกและทำให้การขับถ่ายยากขึ้นทำให้เป็นบ่อเกิดสารพัด และดูดซึมสารอาหารได้ไม่ดี และที่สำคัญควรเลือกดื่มน้ำอุ่น และหลีกเลี่ยงน้ำเย็น  เราเข้าใจว่าเมืองร้อนแบบไทยการดื่มน้ำเย็นมันสดชื่นดี แต่เราก็ไม่ได้ออกแดดทั้งวัน ดังนั้นถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรงก็เลือกน้ำอุ่น ๆ ดีกว่า เพราะน้ำเย็นจะทำให้กระเพาะเราหยุดทำงานเวลาย่อยอาหาร ทำให้อาหารย่อยยาก ดูดซึมสารอาหารได้ไม่ดี ท้องอืด ท้องเฟ้ออีกต่างหาก เห็นแล้วใช่ไหมล่ะการดื่มน้ำแค่นี้ก็มีเอฟเฟคมากและแน่นอนเมื่อระบบไหลเวียนเลือดและการขับถ่ายดีผิวพรรณเราก็จะดีขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย